ผู้ที่ควรระมัดระวังในการตัดสินใจสักคิ้ว สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว

หลายคนสนใจการสักคิ้วในรูปแบบต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาที่คิ้วบาง คิ้วโล้น คิ้วขาด สารพัดปัญหาคิ้ว แต่เราควรมาสำรวจตัวเองก่อน ว่า เรามีโรคประจำตัวที่ต้องระวังหรือห้ามสักคิ้วหรือไม่

ผู้ที่ควรระมัดระวังในการตัดสินใจสักคิ้ว ได้แก่

  1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน กรณีที่เป็นโรคเบาหวาน และมีระดับน้ำตาลสูงจะมีผลทำให้แผลจากการสักหายช้ามาก และถ้าดูแลรักษาไม่ดี อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

 

  1. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีความดันสูงกว่า 180 / 109 ควรหลีกเลี่ยงการสักคิ้ว เนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

 

  1. ผู้ป่วยโรคหัวใจ  สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้ยาบางชนิดที่มี % สูงมากเกินขนาดซึ่งอาจทำให้เกิดอาการช็อคได้  นอกจากนี้ในการสักคิ้ว เป็นการสร้างรอยแผลให้กับร่างกาย หลอดเลือดได้รับอันตราย เกิดการฉีกขาด หลอดเลือดจะหดตัวตัวอย่างรวดเร็วและทันที เพื่อเป็นการจำกัดจำนวนเลือดไม่ให้สูญเสียออกไป หลอดเลือดหัวใจสามารถบีบหดตัวได้ จึงส่งผลให้รูท่อหลอดเลือดตีบแคบลง จึงเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดได้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในการสัก เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

 

  1. ผู้ที่ขาด Vitamin K ซึ่งมีความสำคัญต่อร่างกายในการทำหน้าที่ให้เลือดแข็งตัว หากขาด Vitamin K จะทำให้การแข็งตัวของเลือดเกิดขึ้นช้ากว่าปกติ เลือดไหลไม่หยุด หรือหยุดยากเวลามีบาดแผล ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในการสัก เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

 

  1. ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ : ภาวะเกล็ดเลือดต่ำเป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการเลือดออกผิดปกติ หากมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำมาก อาจมีอาการเลือดออกจนอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น หากมีปัญหาเรื่องเกล็ดเลือดต่ำ ก็จะส่งผลให้มีภาวะเลือดออกง่าย หรือภาวะที่เลือดหยุดไหลยาก ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสัก เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

 

  1. ผู้ป่วยที่รับประทานกลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) เช่น Warfarin , Aspirin เป็นต้น

 

6.1  Warfarin เป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด โดยปกติการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดมีข้อห้ามใช้ในผู้ที่กำลังมีภาวะเลือดออก หรือมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกที่รุนแรง รวมถึงผู้ที่มีภาวะตับอักเสบรุนแรงด้วย ดังนั้นควรงดยา Warfarin อย่างน้อย 24 ชม. ก่อนทำการสัก

6.2 Aspirin ใช้ระงับอาการปวดและไข้ที่ไม่รุนแรงนัก เช่น ปวดศีรษะ, ปวดฟัน, ปวดประจำเดือน, ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดข้อ โดยใช้ได้ผลดีกับอาการปวดที่เกิดร่วมกับการอักเสบ ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่อยู่ในเกล็ดเลือดแบบไม่ผันกลับ ทำให้เกล็ดเลือดไม่สามารถสร้างสารกระตุ้นการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด และทำให้หลอดเลือดหดตัวด้วย ฤทธิ์ในการยับยั้งการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือดจะคงอยู่ตลอดอายุขัยของเกล็ดเลือด เพราะเกล็ดเลือดไม่สามารถสร้างเอนไซม์มาทดแทนได้ ดังนั้นควรงดยา Aspirin อย่างน้อย 8-11 วันก่อนทำการสักคิ้ว

การสักคิ้วที่มองว่าสวยนั้น แต่อย่าลืมหาข้อมูลก่อนว่า มีข้อห้ามอะไรบ้างที่ไม่ควรไปสักคิ้ว ยิ่งผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เรื้อรัง ที่ต้องระวัง บางทีช่างสักคิ้วที่เรียนสักคิ้วมาแล้ว บางสถาบันอาจจะไม่ได้แจงรายละเอียดด้านสุขภาพทางการแพทย์และโรคที่ควรระวังเหล่านี้ ช่างสักเองก็ต้องหมั่นหาข้อมูลเหล่านี้เพิ่มเติม เพื่อแนะนำลูกค้าที่มาใช้บริการ เพื่อความปลอดภัยขิงลูกค้า และตัวช่างสักเองด้วย